แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาระน่ารู้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาระน่ารู้ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

วิธีโดยสารรถตู้ให้ปลอดภัย

รถตู้รับจ้างเป็นรถประจำทางอย่างหนึ่งที่สะดวกสบาย ไม่ต้องจอดรถทุกป้ายเหมือนอย่างรถเมล์ และสามารถทำเวลาได้อย่างรวดเร็ว แต่รถตู้ก็เป็นช่องทางหนึ่ง ให้มิจฉาชีพทำงานได้สะดวก เพราะมีผ้าม่านบังสายตาคนภายนอก ภายในกว้างขวางเอื้อต่อการก่อเหตุ และสามารถเปลี่ยนที่หลบหนีได้อย่างรวดเร็ว


ต้องเป็นรถตู้ถูกกฎหมายเท่านั้น



คุณจะต้องเลือกรถตู้ที่อยู่ในเส้นทางประจำ และวิ่งบนเส้นทางที่ไม่เปลี่ยวจนเกินไป เพราะรถตู้ที่วิ่งในเส้นทางประจำ จะทำให้คุณเดาได้ว่าอีกนานเท่าไร จะถึงที่หมาย หรือว่ารถวิ่งออกนอกเส้นทาง หรือไม่ เป็นการสร้างความปลอดภัยในตนเองระดับหนึ่ง ต่างกับรถตู้ผีที่วิ่งรับผู้โดยสารพาเข้าเส้นทางลัดแปลกๆ อยู่เสมอ



อย่าอยู่บนรถตู้คนเดียว



จำไว้ว่าคุณอย่าขึ้นรถตู้เป็นคนแรกหรือลงเป็นคนสุดท้าย ทางที่ดีคุณควรรอให้มีคนขึ้นรถตู้สัก 2-3 คนก่อน จะขึ้นไปนั่งรอคนเดียว หรือเลือกลงจากรถตู้ในป้ายใหญ่ๆ อย่ายินยอมคนขับรถตู้ที่อ้างว่าจะไปส่งที่บ้านให้ เพราะจะไปเส้นทางนั้นเหมือนกัน ตอบปฏิเสธแม้ว่าเขาจะดูเป็นคนดีหรือสุภาพแค่ไหนก็ตาม



แล่นนอกเส้นทางรีบถาม



การนั่งรถสาธารณะไม่ใช่การนั่งรถเล่น คุณจะต้องสังเกตว่ารถออกนอกเส้นทางตั้งแต่เมื่อไร แต่ถามหรือทักท้วงคนขับว่าจะไปเส้นทางไหน ถ้าให้คำตอบที่ทำให้คุณไม่มั่นใจนักให้คนขับจอด ในที่ชุมชนแล้ววางแผนหารถต่อ ไปเองดีกว่าที่จะนั่งเสี่ยงโดยให้รถตู้พาไปไหนก็ไม่รู้



คนขับกลายเป็นคนร้าย



หากเวลาผ่านไปคนขับฉีกหน้ากากออก กลายเป็ยคนร้ายที่มุ่งต่อชีวิต และทรัพย์สินคุณ ให้รีบเปิดหน้าต่างตะโกนขอความช่วยเหลือ รวมทั้งสร้างสถานการณ์ ให้มีพิรุธเป็นจุดสนใจ เช่น ทิ้งกระเป๋า หรือของใช้ส่วนตัวมาอย่างจงใจ หากคนร้ายไม่หยุดรถ รอจังหวะตอนติดไฟแดงหรือยามรถแล่นด้วยความเร็วไม่สูงนัก กระโดดเข้าบีบแตรรถให้ดัง ถ้าประตูเปิดได้ให้กลิ้งตัวลงมาแบบเก็บคองอเข่า หรือปีนหน้าต่างออกมาให้เร็วที่สุด

ที่มา http://variety.teenee.com/foodforbrain/13333.html

วิธีกินอย่างฉลาด

ทราบหรือไม่ว่า วิธีกินอย่างฉลาดต้องปฏิบัติอย่างไร วันนี้มีมาฝาก...



1. กินพออิ่มด้วยการตักอาหารกะปริมาณพอดี เช่น ข้าวสวย 1-2 ทัพพี ผัก 4-6 ช้อน และน้ำสะอาด 1-2 แก้ว


2. ไม่กินทิ้งกินขว้าง


3. เลือกอาหารดีมีคุณค่าราคาถูก อาหารประเภทโปรตีนอาจใช้เต้าหู้หรือถั่วเมล็ดแห้งผสมรวมกับเนื้อสัตว์ เลือกกินอาหารที่มีในท้องถิ่น ผักพื้นบ้านที่หาง่าย


4. กินผักผลไม้ไทยแทนของหวาน โดยเฉพาะผลไม้ตามฤดูกาลจะมีราคาถูกและไม่มีน้ำตาลกะทิ ทำให้อ้วน


5. ลดการกินจุบจิบ


6. ดื่มน้ำเปล่าดีที่สุด ลดหรืองดเครื่องดื่มที่มีรสหวานต่าง ๆ


7. กินอาหารไทยจะมีราคาถูกและได้รับคุณค่าทางอาหารครบถ้วน


8. ลดการสั่งอาหารราคาพิเศษ เช่น การเพิ่มลูกชิ้น ข้าวหรือกับข้าว จะสิ้นเปลืองและทำให้อ้วน


9. งดการกินอาหารมื้อดึก


10. เคี้ยวอาหารช้า ๆ อย่ารีบร้อน จะทำให้รู้สึกอิ่มเร็วกว่า เพราะร่างกายของคนเราจะอิ่มเมื่อกินอาหารไปประมาณ 20 นาที



รู้อย่างนี้แล้ว หันมากินอาหารอย่างฉลาดกันดีกว่า ได้ทั้งประหยัดแถมสุขภาพยังดีอีกด้วย.


ที่มา http://variety.teenee.com/foodforbrain/13381.html

วันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2552

วิธีการแก้ไขแผลเป็น

วิธีการแก้ไขนั้น ส่วนใหญ่แพทย์จะแนะนำให้นวดเมี่อมีพบว่าแผลแข็งและเจ็บ การนวดจะช่วยกระตุ้นให้เลือดมาเลี้ยงที่แผลมากขึ้นทำให้มีการสลายคอลลาเจนที่หนาตัว ให้บางลง การใช้ยา ครีมและมอยส์เจอไรเซอร์และใช้การนวดแผลเป็นร่วมด้วยก็อาจช่วยได้กับบางแผล
"การใช้ครีมสกัดจากหัวหอม ใช้วิตามินอี หรือ เอ เจลทั้งหลาย หรือกินยารักษาโรคเกาต์ ที่มีคนคิดและกำลังทำกันอยู่นั้น ต้องบอกว่า ยังไม่มีรายงานทางการแพทย์สนับสนุนว่าได้ผลจริง เพราะฉะนั้นต้องพิจารณาดูให้ดี"
แต่กระนั้นเลย ก็ต้องระวัง เพราะถ้านวดแผลที่ยังไม่หายสนิทแผลก็อาจปริ บวมขึ้นมา หรือผู้ที่มีโอกาสเป็นแผลนูน หรือนวดในบางตำแหน่ง เช่นหน้าอก หู หัวไหล่ อาจกลายเป็นการกระตุ้นแทนที่แผลจะยุบกลับนูนขึ้นมาแทน
อีกวิธีการแก้ไขคือ การฉีดสเตอรอยด์เข้าไปในแผล ผลที่ได้แผลยุบจริง แต่จะหายไปชั่วระยะหนึ่งราว 1 ปี หรืออาจทำให้แผลนูนกลายเป็นรอยบุ๋มแทน ซึ่งจะรักษายากมากกว่าเดิม
นอกจากนี้ยังมีการใช้เทปปิดแผล การป้องกันแสงแดด การใช้ซิลิโคนเจลชีทปิดแผล รวมไปถึงการใช้เลเซอร์ทำการผ่าตัด ก็ล้วนแต่เป็นกรรมวิธีการรักษาทั้งสิ้น
ทางที่ดี เมื่อเกิดแผลพยายามป้องกันอย่าให้เกิดการติดเชื้อ แต่ทางที่ดี ระมัดระวังอย่าให้เกิดแผลขึ้นมาเลยจะดีกว่า
ต้องขอบคุณความรู้ที่มาจาก http://variety.teenee.com/foodforbrain/12860.html

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

เกร็ดน่ารู้ 5 วิธี ตั้งรับ “เพื่อน” ขี้อิจฉา

1. ยอมรับว่ามันเกิดขึ้นแล้ว : ขอให้ตั้งสติและยอมรับว่าเรื่องนี้มันได้เกิดขึ้นกับเราแล้ว เพื่อที่จะได้กลับมาทบทวนหาหนทางแก้ไขต่อไป

2. ปล่อยมันไป เมื่อทำใจได้แล้ว : เพราะถ้าหากเราคือเพชรแท้…อยู่ที่ไหนก็ยังคงเปล่งประกายวันยังค่ำ… ปล่อยให้พวกกรวด หิน ดิน ทราย ขี้อิจฉาทั้งหลายแพ้ภัยตัวเองกันไป แล้วกัน
3. เอาชนะด้วยความดี : หากอยากจะเอาชนะศัตรู ก็จงเอาชนะด้วยความดี แล้วสักวันหนึ่ง เขาอาจจะเสียใจที่เคยคิดอิจฉาคนดีๆ อย่างเรา
4. ทุ่มเทให้กับงาน : อย่ามัวแต่หมกมุ่นครุ่นคิดอยู่กับเรื่องจุกจิกพรรค์นี้ จนกลายเป็นอุปสรรคให้ต้องเสียงานเสียการ
5. ปรับความเข้าใจ : ลองหาช่วงเวลาเหมาะๆ เข้าไปนั่งจับเข่าคุยกัน เปิดอกเคลียร์ปัญหาด้วยการเริ่มต้นเจรจา อย่างสุภาพและต้องใจกว้างพอเมื่อถูก วิจ ารณ์จากคู่กรณี อย่าเพิ่งจี๊ดจนไฟออกหู ถ้าอยากปรับความเข้าใจกัน

ความรู้ที่ได้เอามาฝาก หากเราลองที่จะ มาปรับแล้วใช้กับตัวเรา ก็อาจมีผลดีบ้าง ถ้าไม่มากก็น้อยนะคะ


ที่มา http://variety.teenee.com/foodforbrain/11926.html

วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2551

เขาพระวิหารข ^_^

ช่วงนี้หลายคนคงได้ดูข่าวทางโทรทัศน์นะคะ เกี่ยวกับความขัดแย้งระหวางประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน หรือที่เรียกกันว่า กัมพูชา วันนี้ก็เรืองเกี่ยวกับเขาพระวิหารมาฝากกันค่ะ
อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อยู่ในพื้นที่ของ อำเภอน้ำยืน กิ่งอำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี และอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ มีเนื้อที่ประมาณ 81,250 ไร่ (130 ตารางกิโลเมตร) อาณาเขตด้านใต้ติดต่อกับประเทศกัมพูชา มีถนนและบันไดทางขึ้นสู่ปราสาทเขาพระวิหารบริเวณผามออีแดง พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาพระวิหารเป็นพื้นที่ป่าไม้ชายแดนให้เป็นพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์ ห้ามเข้าไปและอาศัยอยู่โดยเด็ดขาด เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวยังคงความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร มีสัตว์ป่านานาชนิดอาศัยอยู่มาก และที่สำคัญคือ ปราสาทเขาพระวิหาร อันเป็นโบราณสถานสำคัญเก่าแก่ ที่เคยเป็นกรณีพิพาทระหว่างไทยกับประเทศกัมพูชา เมื่อพ.ศ. 2505 และในที่สุดศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ได้ตัดสินให้ตกเป็นสมบัติของประเทศกัมพูชา แต่ถนนและบันไดทางขึ้นสู่ปราสาทเขาพระวิหารอยู่ทางฝั่งไทย และพื้นที่ทางขึ้นบริเวณผามออีแดงที่จังหวัดศรีสะเกษเป็นทางขึ้นที่สะดวกที่สุด

วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2551

`^ 0 ^ Fila ^,^

สวัสดีค่ะ ทุกๆคน
เนื่องจากเราก็ได้เข้าค่ายวิทยาศาสตร์ ก็ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย
โดยหัวข้อหนึ่งที่เราน่าจะรู้คือ Fila หลายคนอาจจะสงสัย ว่ามันคือะไร
มันก็เป็นเหมือนวิธีดำเนินการในการทำโครงงานค่ะ
ซึ่งมันก็ได้ย่อมาจาก

F = Fact
I = Idea
L = Learning Issue
A = Action

วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2551

>.<สิ่งทีไม่ควรทำก่อนนอน >.<

• อย่าที่ 1 คือ อย่านอนหลับไปพร้อมๆ กับนาฬิกาข้อมือ ก็เพราะขณะที่นาฬิกาเจ้ากรรมทำงานไปเรื่อยๆ นั้น เจ้านาฬิกาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ล้วนปล่อยพลังงานทั้งสิ้น

• อย่าที่ 2 นี่ สำหรับพวกชอบ คุยโทรศัพท์มือถือจนหลับโดยเฉพาะเลย ไม่ควรนอนหลับไปพร้อมๆ กับโทรศัพท์ เท่านั้น แต่หมายรวมไปถึงการวางโทรศัพท์มือถือไว้ใกล้ๆ ตัวด้วยเพราะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า โทรศัพท์มือถือ เครื่องจิ๋วเนี่ย จะปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาขณะเปิดเครื่องไว้ และเจ้าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเหล่านี้ มีผลกับระบบประสาทซะด้วยสิ เพราะฉะนั้น ตอนนอนก็ปิดโทรศัพท์มือถือซะดีกว่า

• อย่าที่ 3 ง่ายๆ สั้นๆ คือ อย่าหลับพร้อมๆ กับเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเหนื่อยอ่อนเมื่อยล้าขนาดไหน ต้องล้างเครื่องสำอางออกให้หมด เพราะการหลับทั้งๆ ที่เครื่องสำอางยังคาอยู่ที่ผิวหน้านั้น จะก่อให้เกิดปัญหาด้านผิวพรรณระยะยาว

• อย่าที่ 4 ( สำหรับสาวๆ เท่านั้น) คือ อย่านอนหลับทั้งๆ ที่ยังใส่ยกทรงนักวิทยาศาสตร ์ชาวอเมริกัน ค้นพบว่าการใส่ยกทรงนานเกิน 12 ชั่วโมง จะเป็นการเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งทรวงอกได้ ฉะนั้น ก็อย่าใส่ยกทรงนอนเลย ไม่ต้องกลัวเสียทรง ไม่ต้องกลัวอกแบะ ห่วงชีวิตไว้ก่อนดีกว่า

• อย่าที่ 5 อันนี้เหมาะกับทุกเพศเลยนะ ' อย่านอนกับสามีหรือภรรยาของคนอื่น ' เพราะคุณอาจจะไม่ได้ตื่นอีกเลย …( อันนี้ไม่ได้ล้อเล่นนะ 5555+++)

ปล. นล้วอย่าลืมทำตามกันนะค่ะ เพื่สุขภาพของเพื่อนๆค่ะ
ที่มา http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1151382